smithnjohn

อาการปวดเกร็งตอนท้อง ต้องระวัง


อัพเดท 09 พฤษภาคม 2558 12:04 - อ่าน 715 - หมวดหมู่ แม่และเด็ก

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++





  อาการปวดเกร็งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แม่ท้องจึงต้องคอยหมั่นตรวจเช็คตัวเองเป็นพิเศษ วันนี้กระปุกดอทคอมมีเกร็ดน่ารู้ในการดูแลตนเองเมื่อมีอาการปวดท้องหรือปวด เกร็ง รวมทั้งวิธีรับมือกับอาการปวดท้อง พร้อมแล้วไปดูคำแนะนำที่นิตยสารรักลูกนำมาฝากกันเลยดีกว่าค่ะ ^^

          อยู่ ๆ ก็ปวดท้องขึ้นมา เป็นอาการธรรมดา น่าเป็นห่วง หรือมาจากสาเหตุอะไร แม่ท้องต้องคอยสังเกตอาการนะคะ เพื่อจะรับมือได้ทันและถูกต้องค่ะ

ปวดท้องหลากหลายในแม่ท้อง

1. ปวด เพราะตัวอ่อนฝังตัว

เช็กอาการ


         ปวดบริเวณท้องน้อยตรงกลาง

         ปวดแบบบีบ ๆ เป็นพัก ๆ คล้ายปวดระดู

          เกิดจาก : การฝังตัวของตัวอ่อน ทำให้เกิดมีปฏิกิริยาหดรัดตัวของมดลูกขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งอาจมีอาการปวดจี๊ด ๆ ขึ้นมาแบบกะทันหันได้

          วิธีดูแล : หาก ไม่มีเลือดออกที่ผิดปกติ หรืออาการไม่รุนแรงให้เดินน้อย ๆ แต่ถ้ามีอาการบ่อยขึ้น ควรนั่งพักหรือนอนพักหลีกเลี่ยงการยกของหนัก งดเพศสัมพันธ์ อาการจะดีขึ้นเมื่อเข้าสู่อายุครรภ์ 4 เดือน

2. ปวด เพราะเส้นเอ็นที่ยึดมดลูกตึง

เช็กอาการ

         ปวดบริเวณท้องน้อยเหนือขาหนีบทั้งสองข้าง

         ปวดแปล๊บ ๆ มักปวดขึ้นมาแบบกะทันหัน

         เกิดทันทีหลังจากที่มีการเปลี่ยนอิริยาบถ หรือมีการเปลี่ยนท่านั่ง ท่านอน

          เกิดจาก : บริเวณ ยอดมดลูกขยายใหญ่ขึ้น  มีขนาดโตและเอียงไปทางขวา ทำให้เส้นเอ็นส่วนล่างทางซ้ายถูกตึงยืดจนตึง เกิดการตึงของเส้นเอ็นที่ยึดมดลูกบริเวณขาหนีบ เวลาเปลี่ยนท่า จึงมีอาการปวดท้องแปล๊บ ๆ ได้ ส่วนใหญ่เกิดช่วงปลายไตรมาสที่สอง และจะปวดข้างซ้ายมากกว่าข้างขวา

          วิธีดูแล : อาการจะเปลี่ยนแปลงตามสรีระ การพักเส้นเอ็นไม่ให้ตึงและเจ็บ ทำได้โดยการบริหารง่าย ๆ ดังนี้

         เวลานอนให้งอเข่าเล็กน้อย ใช้หมอนหนุนใต้เข่าเพื่อลดการตึงของเส้นเอ็น หรือเวลาเปลี่ยนท่านอนแล้วเจ็บ ให้นั่งพักสักครู่ โดยนั่งงอเข่าและสะโพก สักพักอาการจะดีขึ้น

         เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น มดลูกยืดขยาย ท้องจะโย้ไปข้างหน้าอาการปวดก็จะยิ่งมากขึ้น คุณแม่ควรสวมกางเกงพยุงหน้าท้องที่ทำพิเศษสำหรับแม่ท้อง หรือสวมเข็มขัดพยุงหน้าท้อง ที่ขนาดพอดีกับรอบท้องและสะโพก เพื่อพยุงส่วนของมดลูก จะช่วยให้อาการปวดจากการตึงของเอ็นเกิดได้น้อยลง

         นั่งท่าที่เหมาะสม คือนั่งหลังตรง อาจใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง และหาเก้าอี้เตี้ย ๆ มารองเท้าทั้งสองข้าง เพื่อให้นั่งอยู่ในท่างอเข่าและสะโพก ช่วยลดการตึงของเส้นเอ็นได้

         หลีกเลี่ยงยกของหนัก และเอี้ยวตัวหยิบของไกล ๆ ซึ่งจะทำให้หน้าท้องเกร็ง และเจ็บได้

         ออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของหน้าท้องและหลัง ด้วยโยคะหรือเดินเหยาะ ๆ ในน้ำ เพื่อให้ร่างกายรับน้ำหนักได้ดีช่วยบริหารบริเวณอุ้งเชิงกรานลดปวดได้

3. ปวด เพราะเจ็บเตือน

เช็กอาการ

         ปวดท้องคล้ายเวลาปวดระดู หรือคล้ายปวดถ่ายอุจจาระร่วมกับการหดรัดตัวบริเวณยอดมดลูกเหนือสะดือ จนเห็นผิวนูนขึ้นมาเป็นลูก

         ปวดแต่ละครั้งจะนานไม่ถึงหนึ่งนาที และเกิดได้วันละ 2-3 ครั้ง

         มักปวดเยอะตอนเย็น ๆ ซึ่งผ่านการมีกิจกรรมมาทั้งวัน หรือหลังภารกิจที่เดินเยอะ ยกของหนัก หรือกลั้นปัสสาวะ

          เกิดจาก : ทารก ในครรภ์เจริญเติบโตมากขึ้น มดลูกขยายใหญ่ขึ้น และน้ำหนักทารกมากพอจนเริ่มกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวเกิดอาการเจ็บเตือนได้ โดยส่วนใหญ่มักเกิดเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สาม

          วิธีดูแล : หาก มีอาการดังกล่าว คุณแม่ควรนอนพัก โดยนอนตะแคงซ้าย เพื่อให้มดลูกมีการคลายตัว ทำให้รู้สึกหายปวด และหลีกเลี่ยงการเดินเยอะหรือยกของหนัก ไม่กลั้นปัสสาวะ

          ถ้ามีอาการถี่มากขึ้น เช่น ทุก 5-10 นาที และสม่ำเสมอแสดงว่ามีโอกาสเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด ควรรีบไปพบแพทย์

4. ปวด เพราะกรดไหลย้อน

เช็กอาการ

         แสบร้อนบริเวณกลางอก หรือจุกเสียดร่วมด้วย

         แสบคอ เสียงแหบ หรือมีเสมหะในตอนเช้าร่วมด้วย

         อยู่ ๆ ก็ปวดกะทันหันขึ้นมา โดยที่ไม่มีอาการอะไรนำมาก่อน

          เกิดจาก : โรคกรดไหลย้อน ทำให้ปวดท้องขึ้นมาได้ และมักเกิดขึ้นช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์

          วิธีดูแล : ใส่ใจเรื่องการกินอาหารให้มากขึ้น ดังนี้

         กินอาหารเป็นมื้อ มื้อละน้อย ๆ แต่บ่อยมื้อ

         ไม่กินจนอิ่มมากเกินไป กินช้า ๆ เคี้ยวละเอียด

         ไม่กินอาหารก่อนนอน หรือเอนตัวนอนทันทีหลังอาหาร เพราะทำให้กรดไหลย้อนกำเริบได้ง่าย ๆ

         หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทในมื้อเย็น เช่น ช็อคโกแลต กาแฟ ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว หรือรสจัด เพราะอาจส่งผลให้อาการกำเริบขึ้นมาได้ค่ะ

          ถ้าคุณแม่รู้และเข้าใจอาการปวดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก็จะได้รับมือกับอาการปวดได้เร็วขึ้นค่ะ


ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 0 คอมเม้นท์
ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 2,748)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 2,177)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 2,264)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 2,185)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,263)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 2,032)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 1,990)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 2,494)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 2,390)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 2,304)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 2,331)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 2,284)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 2,028)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 3,512)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 3,103)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 3,331)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 3,012)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 2,744)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 3,144)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 3,041)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 3,429)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 3,295)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 3,198)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 3,275)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 3,076)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 3,310)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 3,112)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 3,102)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 3,034)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 3,096)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)