โรคตาแห้ง แก้ตาแห้ง อาการตาแห้ง รักษาโรคตาแห้งอย่างไรดี


อัพเดท 18 มีนาคม 2554 21:47 - อ่าน 3,544 - หมวดหมู่ โรค และการรักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++





โรคตาแห้ง (Woman's Story)
 
          โรคตาแห้ง เกิดจากการที่ปริมาณน้ำตาที่มาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ทำให้ดวงตาขาดความชุ่มชื่น ซึ่งภาวการณ์เกิดโรคตาแห้งสามารถเกิดได้ทุกเพศและทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนพบบ่อยที่สุด
 
วิธีการรักษา โรคตาแห้ง

 กะพริบตาบ่อย ๆ

          การกะพริบตาบ่อย ๆ จะทำให้เปลือกตารีดผิวน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา ช่วยป้องกันอาการตาแห้งได้ หากเกิดอาการตาแห้งเนื่องจากการจ้อง หรือเพ่งตานานกว่าปกติ ควรพักควรพักสายตา โดยการหลับตา กะพริบตา
 
 สวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง

          การสวมแว่นกันแดด เมื่อต้องปะทะแดดหรือลม จะช่วยลดการระเหยของน้ำตาให้น้อยลง
 
          ผู้ที่ตาแห้งมาก ควรใส่แว่นกรอบพิเศษ ซึ่งเป็นกรอบแว่นที่มีแผ่นคลุมปิดกันลมด้านข้าง โดยแว่นพิเศษนี้จะครอบทั้งดวงตา ทำให้ป้องกันลมได้ หรือใช้ Moist Chamber โดยนำแผ่นซิลิโคนชนิดพิเศษที่ใสบางและนุ่ม นำมาตัดให้เข้ากับด้านข้างของกรอบแว่นตาคู่เดิม
 
 น้ำตาเทียม

          ใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ซึ่งน้ำตาเทียมมี 2 ชนิด คือ

          1. น้ำตาเทียมชนิดเจลและขี้ผึ้ง น้ำตาเทียมชนิดนี้ช่วยหล่อลื่นและคงความชุ่มชื้นดวงตาได้นาน มีลักษณะเหนียว  หลังจากป้ายแล้วจะทำให้ตามัวชั่วขณะ ดังนั้นควรใช้ป้ายก่อนเข้านอนและใช้ในปริมาณที่น้อย

          2. น้ำตาเทียมชนิดน้ำ ใช้ง่าย ไม่เหนียว และไม่ทำให้ตามัว  เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวัน แต่การหยอดน้ำตาเทียมแบบนี้ต้องหยอดบ่อย ๆ

          การ รักษาโดยใช้น้ำตาเทียมนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการตาแห้ง ถ้าหากวันไหนรู้สึกตาไม่ค่อยแห้ง ก็ไม่จำเป็นต้องหยอด แต่หากวันไหนรู้สึกเคืองตามาก ต้องหยอดบ่อย ๆ

          แต่ ข้อควรระวังของการใช้น้ำตาเทียมนั้น ควรดูอาการของผู้ที่เป็นโรคตาแห้งก่อนว่า เป็นผู้ป่วยตาแห้งมากหรือน้อย เพราะลักษณะของน้ำตาเทียมจะไม่เหมือนกัน โดยหากมีป่วยตาแห้งน้อยหยอดตาไม่เกินวันละ 4-5 ครั้ง สามารถใช้ยาหยอดตาชนิดขวดที่มีสารกันบูดได้ แต่กรณีผู้ป่วยที่ตาแห้งมาก และหยอดตามากกว่าวันละ 6 ครั้งจะใช้น้ำตาเทียมชนิดพิเศษที่ไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free Tear) ให้ใช้แทน และน้ำตาเทียมชนิดนี้เมื่อเปิดใช้แล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 16 ชั่วโมง หากใช้นานกว่านี้ อาจะเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ดังนั้นควรปรึกษาจักษุแพทย์ดีที่สุด ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาหยอดเอง
 
 อุดรูระบายน้ำตา

          วิธีนี้กับใช้กับผู้ที่มีอาการตาแห้งอย่างรุนแรงเท่านั้น โดยใช้วิธีอุดรูระบายน้ำตาเพื่อขังน้ำตาที่มีอยู่ให้หล่อเลี้ยงตา อยู่ได้นาน ๆ ไม่ปล่อยให้ไหลทิ้งไป เหมือนกับการสร้างเขื่อนกั้นเก็บกักน้ำไว้ใช้

          วิธีการอุดรูระบายน้ำตามี 2 วิธี คือ

           1. การอุดรูระบายน้ำตาแบบชั่วคราว โดยสอดคอลลาเจนขนาดเล็กเข้าไปในรูท่อน้ำตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตาขึ้น โดยคอลลาเจนจะสลายไปเอง ภายใน 3 สัปดาห์

           2. การอุดรูระบายน้ำตาแบบถาวร ซึ่งวิธีนี้จะใช้กับผู้ป่วยที่มีน้ำตาแห้งมาก แต่ทั้งนี้จักษุแพทย์จะใช้วิธีใด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย


ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 1 คอมเม้นท์
nam ความเห็นที่ : 1 โพสต์เมื่อ : 11/11/2554 18:43  IP Address : 182.53.78xx
 
Photo

โรคตาแห้งเป็นโรคที่อันตรายหรือร้ายแรงหรือเปล่าและผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแห้งในระยะเวลาหลายปีจะมีโอกาสตาบอดหรือมีโรคสอดแทรกที่อาจจะทำให้ตาบอดได้หรือไม่น้ำตาเทียมหากใช้บ่อยๆเป็นเวลานานๆติดต่อกันจะเป็นอันตรายหรือไม่

ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
มะรุม สรรพคุณลดไขมันป้องกันโรคมะเร็ง (ดู: 65)
อาหารเพื่อสุขภาพ สุดยอดเทรนด์น่ากิน ปี 2014 (ดู: 95)
สมุนไพรรักษาตกขาวจากเชื้อรา ด้วยวิธีธรรมชาติ (ดู: 121)
สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ สำหรับคนรักสุขภาพ (ดู: 210)
เคล็ดลับการกินผักให้ถูกวิธี (ดู: 130)
มาทำความรู้จัก Clean Food อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพกันดีกว่า (ดู: 126)
กระเทียมสามารถป้องกันโรคได้ (ดู: 101)
สารอาหาร 7 ชนิดในไข่ ที่ช่วยให้น้ำหนักลด (ดู: 193)
วิธีลดน้ำหนักด่วน สำหรับคนอ้วนลงพุง (ดู: 184)
มะม่วงหาว มะนาวโห่ สมุนไพรรักษาโรคและบำรุงร่างกาย (ดู: 183)
10 อาหารเพื่อสุขภาพที่คุณควรทานทุกวัน (ดู: 217)
มารู้จัก "โฮลเกรน" อาหารสุขภาพแห่งปีกันเถอะ (ดู: 637)
ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรคร้าย (ดู: 201)
สัญญาณอันตราย ที่แม่ตั้งท้องต้องระวัง (ดู: 212)
เงาะกินเยอะเกินไป ทำให้เป็นพิษได้ (ดู: 300)
ผลไม้ต้านมะเร็ง กินเป็นยาป้องกันมะเร็งได้ (ดู: 263)
เคล็ดลับสุขภาพวิธีทำให้ดูเด็กลงได้ ด้วยผักและผลไม้ (ดู: 253)
สุดยอดอาหารที่ควรทานทุกวัน (ดู: 270)
ประโยชน์ของน้ำแครอท ช่วยบำรุงผิวและเส้นผม (ดู: 216)
อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป (ดู: 875)
โทษของการไม่กินอาหารเช้า (ดู: 944)
ฉีดเฟรชเซลล์ Fresh Cell (ดู: 947)
อาหารเพื่อสุขภาพ 9 อย่าง ที่ไม่ทำให้อ้วนอย่างที่คิด (ดู: 918)
สุดยอดอาหาร ยาดีต่อสุขภาพที่แสนอร่อย (ดู: 1,518)
อาหารเพื่อสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ (ดู: 885)
สูตรลดน้ำหนักหลังคลอด แบบเร่งด่วน (ดู: 981)
วิธีดีท็อกซ์กายใจ ป้องกันความเครียดปี 2014 (ดู: 899)
อาหารเพื่อสุขภาพ กินอะไรอายุถึงยืน? (ดู: 833)
สมุนไพรธรรมชาติ ช่วยทำความสะอาดฟันได้ (ดู: 889)
วิธีเลือกทานผัก ผลไม้ตามกรุ๊ปเลือด (ดู: 1,117)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)