smithnjohn

โรคไข้ทับระดูหรือโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรัง


อัพเดท 20 มีนาคม 2557 22:22 - อ่าน 1,986 - หมวดหมู่ โรค และการรักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++




ไข้ทับระดู เรื่องจริงที่ผู้หญิงควรรู้ (สสส.)

          "ไข้ ทับระดู" ในอดีตอาจเป็นโรคที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิง !! บางคนเป็นแล้วถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการมีเพศสัมพันธ์แล้วได้รับเชื้อกามโรคจากคู่นอน หรือสามี แต่ในปัจจุบัน เมื่อได้ยินชื่อของโรคแล้วผู้หญิงคิดถึงเพียงแต่ว่าเป็นโรคที่มีอาการป่วย เป็นไข้ ไม่สบายในช่วงเวลาของการมีประจำเดือน บางคนแค่กินยาแก้ปวดลดไข้ธรรมดาก็หาย....ในขณะที่บางคนทานยาแล้วอาการกลับไม่ดีขึ้น...

          จากการได้พูดคุยกับ รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ไข้ทับระดูสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

          ไข้ทับระดูที่ไม่มีสภาวะอื่นแอบแฝง โดยจะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดภายหลังทานยาแก้ ปวดลดไข้ก็หายได้ สาว ๆ จึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติของผู้หญิงที่เกิดขึ้น ระหว่างมีประจำเดือนซึ่งบางครั้งอาจมีอาการอ่อนเพลียหรือปวดประจำเดือนร่วม ด้วย

          ไข้ทับฤดูที่มีสภาวะโรคแอบแฝง จะมีอาการไข้ขึ้นสูงหนาวสั่น ปวดหลัง คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องน้อย มีตกขาวปนหนองออกมาระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งบางครั้งประจำเดือนอาจมีมากผิดปกติและมีกลิ่นเหม็น หากมีอาการจะรุนแรงมากขึ้นในทุก ๆ รอบเดือนนั่นเป็นสัญญาณของโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรัง

          เนื่องจากขณะมีประจำเดือนร่างกาย มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตเจนและโปรเจสเตอโรน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล มีภูมิต้านทานลดน้อยลงจึงมีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อง่ายกว่าปกติ อีกทั้งมีโอกาสติดเชื้อในมดลูก และปีกมดลูกได้มากกว่าปกติอีกด้ว ซึ่ง กล่าวได้ว่า "ไข้ทับระดู" หรือทางการแพทย์เรียกว่า "โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรัง" เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือ การไม่รักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้น




          นอกจากนี้ ยังเป็นที่มาของ "โรคปีกมดลูกอักเสบ" ที่เกิดจากการได้รับเชื้อแบคทีเรียตัวเดียวกัน ทางการแพทย์เรียกเชื้อแบคทีเรียนี้ว่า "คลามีเดีย" เชื้อที่ว่านี้จะ เข้าไปทำลายท่อรังไข่ หรืออวัยวะใกล้เคียงได้ หากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดการอักเสบของอุ้งเชิงกรานสูงถึงร้อยละ 40 ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น เป็นหมัน มีบุตรยากหรือเสียชีวิตได้ในที่สุด โดยมักจะเกิดกับผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เนื่องจากปากมดลูกยังไวต่อการติดเชื้อนั่นเอง

          ไม่เพียงเท่านี้อาการแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกคือ เกิดฝีหนองในอุ้งเชิงกรานที่ส่งผลให้ไข้เพิ่มสูงขึ้นและมีอาการปวดท้องอย่าง รุนแรง บางรายหนองแตกในท้องต้องเข้ารับการผ่าตัดเอาหนองออก หรือไม่ก็ใช้วิธีการให้ยาฆ่าเชื้อปฏิชีวนะแทนหากอาการไม่รุนแรงมากนัก 

          สำหรับ ระดับความรุนแรงของโรคไข้ทับระดูหรือโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรังในแต่ละ ช่วงวัย หากเปรียบเทียบระหว่างผู้ใหญ่อายุ 40 ขึ้นปีขึ้นไป ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายย่อมทำงานได้ไม่เต็มที่เมื่อเทียบกับเด็กสาวที่ อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ระบบภูมิคุ้มกันย่อมดีกว่า เมื่อสภาพร่างกายแข็งแรงการฉีดยาระหว่างมีประจำเดือนย่อมไม่ส่งผลให้ถึงขั้น เสียชีวิตได้ แต่ขณะเดียวกันจะพบว่าช่วงวัยเจริญพันธุ์มีโอกาสเสี่ยงเป็น โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรังสูงกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรนั่นเอง


   รู้อย่างนี้แล้วสาว ๆ อย่าได้ละเลยการใส่ใจสุขภาพในช่วงมีวันนั้นของเดือน เพื่อเป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคร้ายตามมา ทางที่ดีควรใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองด้วยแนวทางง่าย ๆ เพียงหมั่นดูแลรักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้น ไม่จำเป็นอย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างทำความสะอาดเพราะอาจทำลายเชื้อแบคทีเรียตัวดีในช่องคลอด

          ที่ สำคัญพยายามพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ ลดกิจกรรมประจำวันลง ทานอาหารที่มีประโยชน์ย่อยง่าย เช่น พืชผักผลไม้ต่าง ๆ งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ละเว้นการสูบบุหรี่ และเปลี่ยนผ้าอนามัยไม่ต่ำกว่า 2 ชิ้นในหนึ่งวันเพื่อความสะอาดของสุขอนามัยส่วนตัว

          เหนือสิ่งอื่นใดควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงมีประจำเดือนจะดีที่สุด เพราะมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อร้ายสูง เนื่องจากเวลาที่มีประจำเดือน ปากมดลูกจะเปิด เลือดจึงเป็นอาหารชั้นดีหล่อเลี้ยงแบคทีเรียให้เจริญเติบโต เมื่อเกิดการติดเชื้อจึงทำให้โรคค่อนข้างรุนแรง เกิดเป็นไข้ทับระดูขึ้น

          ถ้า สาว ๆ คนไหนไม่ยากเจ็บป่วยด้วยโรคที่ว่านี่ ก็อย่านิ่งเฉยกับอาการผิดปกติของร่างกาย การดูแลรักษาสุขภาพตั้งแต่ต้นย่อมดีกว่าให้โรคภัยถามหาแล้วค่อยป้องกันในภาย หลัง



ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 0 คอมเม้นท์
ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 2,748)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 2,177)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 2,264)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 2,185)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,263)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 2,032)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 1,990)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 2,494)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 2,390)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 2,304)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 2,331)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 2,284)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 2,028)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 3,512)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 3,103)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 3,331)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 3,012)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 2,744)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 3,144)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 3,041)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 3,429)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 3,295)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 3,198)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 3,275)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 3,076)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 3,310)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 3,112)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 3,102)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 3,034)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 3,096)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)