smithnjohn

อาการที่ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบไม่ควรละเลย


อัพเดท 02 ธันวาคม 2556 16:37 - อ่าน 2,163 - หมวดหมู่ โรค และการรักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++



10 อาการที่ผู้ป่วยข้ออักเสบไม่ควรละเลย (อาหาร&สุขภาพ)
เขียนโดย Mary Ann Dunkin แปลโดย ฉัตรตระกูล เจียจันทร์พงษ์, M.P.H.



          ปัญหาสุขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของคนที่เป็นโรคข้ออักเสบก็ได้

          การที่ต้องมีชีวิตอยู่กับโรคข้ออักเสบ อาจทำให้คุณต้องตัดสินใจดูว่าจะรอดูอาการเจ็บต่อไปหรือควรจะพบแพทย์เมื่อไร แต่ถ้าหากคุณเกิดมีปัญหาอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงล่ะ จะทำอย่างไร? เช่น คุณหายใจติดขัด หรือการกระแทกเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เกิดแผลถลอก หรือน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ได้ทำอะไรเลย?

          เชื่อ หรือไม่ว่า อาการเหล่านี้และอีกมากที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อต่อตามร่างกายของคุณเลยอาจ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบของคุณก็ได้ และอาการบางอย่างก็ต้องการไปพบแพทย์ในทันที

          ต่อไปนี้เป็นอาการ 10 อย่างที่คุณไม่ควรละเลย รวมถึงเหตุผลว่าทำไม และเมื่อไรถึงควรจะพบแพทย์

1. อ่อนเพลียมากขึ้น

          การอ่อนเพลียมากกว่าแต่ก่อนอาจหมายถึงการเป็นโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ, อาการปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย (fibromyalgia), โรคซึมเศร้า หรือโลหิตจาง อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเนื่องจากโรคปวดข้อรูมาตอยด์ และบางทีก็อาจเกิดจากยาบางอย่างที่ใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตรอยด์ (nonsteroidal anti-inflam matory drugs-NSAIDs) เช่น ibuprofen และ naproxen รวมทั้งฮอร์โมนพวกคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroids) ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเลือดออกในทางเดินอาหารแล้วทำให้โลหิตจางได้

          ยา methotrexate ซึ่งเป็นยาต้านรูมาติซึ่มที่ปรับเปลี่ยนไปตามการดำเนินของโรค (disease-modifying antirheumatic drug-DMART) ก็อาจไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดแดง แล้วทำให้โลหิตจางได้

          แม้จำนวนวันที่อ่อนเพลียจะมีมากขึ้น แต่บางทีก็อาจเป็นเพียงวิธีที่ร่างกายจะบอกให้เราทำอะไรให้ช้าลงและพักผ่อนให้มากขึ้นก็ได้ นายแพทย์พอล ฮาวเวิร์ด, M.D. แพทย์โรครูมาตอยด์จากเมืองสก๊อตเดล มลรัฐแอริโซน่า กล่าวว่า คุณควรบอกให้แพทย์ที่รักษารูมาตอยด์ของคุณทราบเอาไว้หากอาการอ่อนเพลียเกิด ขึ้นบ่อย ๆ, รุนแรง หรือเกิดติดต่อกันนานกว่าสัปดาห์

2. เกิดแผลถลอกหรือเลือดออกง่าย

          หากคุณเดินไปชนขอบโต๊ะเบา ๆ แล้วยังเกิดรอยแผลช้ำ สาเหตุอาจเกิดจากโรคข้ออักเสบหรือยาที่คุณใช้อยู่ก็ได้

          นายแพทย์แดเนียล คลอว์, M.D. ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Chronic Pain and Fatigue Research Center ของมหาวิทยาลัย University of Michigan Health System ในแอน ฮาร์เบอร์ กล่าวว่า อาการจากความผิดปกติจากการที่ภูมิคุ้มกันจดจำตัวเองไม่ได้หรือหันมาเล่นงาน ตัวเอง อย่างเช่นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และลูปัส ทำให้จำนวนเพล็ตเลท (platelet count) ในเลือดต่ำลง ทำให้เกิดแผลถลอกได้อย่างไม่มีเหตุผลหรือทำให้เลือดออกตามไรฟัน

          การมีระดับเพล็ตเลทต่ำยังอาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาพวก DMARO เช่น methotrexate และ biologics ยาแอสไพริน และยาพวก NSAIDs ก็มีผลต่อการแข็งตัวของโลหิตได้เช่นกัน การใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์ก็ทำให้หลอดเลือดฝอยเปราะบางและแตกหักง่าย ทำให้เกิดแผลถลอกเลือดซึมหากคุณไปชนกับอะไรเข้า

          หาก เกิดแผลถลอกช้ำบ้างนาน ๆ ครั้ง ก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากังวลอะไร แต่หากคุณสังเกตว่าร่างกายคุณช้ำหรือเลือดออกได้ง่าย ดร.คลอว์แนะนำให้บอกให้แพทย์ที่รักษารูมาตอยด์ของคุณทราบโดยเร็วที่สุด


สุขภาพ

3. หายใจติดขัด

          หากมีอาการนี้ โดยเฉพาะมีการไอแบบแห้ง ๆ แบบไม่ค่อยจะมีแรงหรือไม่มีแรงเลย อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรงได้ เช่น เลือดอุดตันในปอด (pulmonary embolism) หรือเนื้อเยื่อปอดเป็นแผล (interstitiallung disease) อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หนึ่งในสิบคน

          หากคุณใช้ยา methotrexate อยู่ อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการปอดอักเสบเมโธเทรเสท (methotresate pneumontits หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่า methotrexate lung) ซึ่งเป็นการอักเสบในเนื้อเยื่อปอด คาดว่าเกิดขึ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้ยานี้ การเกิด methotrexate lung, หายใจติดขัด อาจมีอาการไอแห้ง ๆ และมีไข้ตามมาด้วยก็ได้

          แน่นอนที่ว่าหากคุณกำลังเริ่มการออกกำลังกายหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ มาสักระยะ คุณก็จะต้องเหนื่อยหอบขึ้นมาบ้าง ดร.คลอว์ กล่าวว่า นอกเหนือไปจากสาเหตุที่ว่านี้แล้ว หากคุณรู้สึกหายใจหอบสั้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์ที่ดูแลคุณอยู่เพื่อประเมินผลต่อไป

4. รู้สึกเจ็บเวลาถ่ายปัสสาวะ

          ถ้าเกิดอาการนี้ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ตามมาด้วย นั่นคือสัญญาณของการมีไข้ "การติดเชื้อเป็นผลข้างเคียงหลักของการใช้ยาประเภท DMARD-ทั้งแบบดั้งเดิม และแบบที่เป็น biologics" ดร.ฮาวเวิร์ด กล่าว "เพราะยาเหล่านี้ไปกดระบบภูมิคุ้มกัน บางครั้งการติดเชื้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง"

          หากคุณใช้ยาที่กดภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว มีอาการของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะ ดร.ฮาวเวิร์ด แนะนำให้ติดต่อแพทย์ที่รักษารูมาตอยด์ของคุณโดยทันที

5. ไฝมีการเปลี่ยนรูปร่าง

          ไฝ ที่เปลี่ยนขนาดหรือรูปร่าง หรือมีแผลฟกช้ำที่ไม่หายสักทีอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งที่ผิวหนัง แม้ว่าโรคนี้ใคร ๆ ก็เป็นได้ โดยเฉพาะคนที่มีผิวขาวที่มักจะตากแดดเสมอ ๆ

          แต่คุณก็อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น หากคุณรับประทานยายับยั้ง TNF (TNF inhibitors-คือ tumer necrosis factor เป็นตัวที่ทำให้เกิดการอักเสบและนำไปสู่อาการภูมิคุ้มกันจดจำตัวเองไม่ได้ และหันมาเล่นงานตัวเอง เช่น โรครูมาตอยด์-ผู้แปล) ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม biologic เช่น adalimumad (Humira) และ etanercept (Enbrel) แต่ยังโชคดีที่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้มีเพียงเล็กน้อยสำหรับมะเร็งชนิด melanoma ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่อันตรายที่สุด

          อย่างไรก็ตาม สำหรับมะเร็งผิวหนังชนิดอื่นที่ไม่ใช่ melanoma การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร annals of the Rheumatic Diseases ในเดือนธันวาคม 2012 ระบุว่า คนที่รับประทานยายับยั้ง TNF มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 45 เปอร์เซ็นต์ ดร.ฮาวเวิร์ด กล่าวด้วยว่า สำคัญมากที่คุณต้องรายงานความผิดปกติของผิวให้แพทย์ผิวหนังทราบทันที ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดใดก็ตาม ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไรก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น


น้ำหนักลด


6. น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง โดยบอกสาเหตุไม่ได้

          ดร.ฮาวเวิร์ด บอกว่า น้ำหนักตัวเพิ่มเป็นผลข้างเคียงที่พบได้มากจากการใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์, ยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด และยาบางชนิด แต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่สามารถบอกได้ อาจหมายความว่าร่างกายกำลังบวมน้ำ แสดงให้เห็นถึงปัญหาอย่างเช่นโรคไต หรือโรคหัวใจล้มเหลวแบบเลือดคั่ง (congestive heart failure) ซึ่งทั้งคู่นี้พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบบางชนิด และต้องให้ความสนใจในทันที

          ส่วน น้ำหนักตัวที่ลดลงโดยหาเหตุผลไม่ได้ก็อาจเป็นสัญญาณของอาการร้ายแรงบางอย่าง สาเหตุที่เป็นไปได้อาจเกิดจากการอักเสบที่เพิ่มมากขึ้น เช่น โรคของต่อมไทรอยด์ ซึ่งพบได้มากในผู้ป่วยด้วยข้ออักเสบรูมาตอยด์, โรคแผลในกระเพาะอาหารเนื่องจากการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs และโรค celiac disease (ความเสียหายของเยื่อบุในลำไส้ ทำให้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้-ผู้แปล) หรือ Crohn’s disease (การอักเสบในลำไส้ มักเกิดขึ้นในลำไส้เล็ก-ผู้แปล) ซึ่งทั้งคู่ทำให้ร่างกายไม่สามารถจัดการกับสารอาหารที่รับประทานเข้าไป


          อาการทั้งสองนี้พบได้ทั่วไปในผู้ที่ป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันจดจำตัวเองไม่ได้ หากน้ำหนักตัวของคุณลดลง 10 ปอนด์ หรือมากกว่าโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ดร.คลอว์ แนะนำให้ไปพบแพทย์

7. เจ็บหน้าอก

          มีสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้เจ็บหน้าอก ซึ่งมีบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบหรือยาที่คุณกำลังใช้อยู่ ตัวอย่าง เช่น NSAIDs ที่ใช้ระงับปวด และ bisphosphonates ที่ใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุนทำให้เกิดอาการร้อนที่หน้าอก (heartbum), หรือระคายเคืองต่อหลอดอาหาร ซึ่งจะมีความรู้สึกออกมาที่บริเวณหน้าอก

          ที่ต้องกังวลและต้องรีบดูแลทันทีก็คือ การเจ็บหน้าอกที่เกิดจากหัวใจพิบัติ (heart attack) ในการศึกษาเมื่อปี 2010 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Internal Medicine พบว่าผู้ที่ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจพิบัติมากขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์หลังจากทีได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นรูมาตอยด์สักหนึ่งถึงสี่ปี

          ส่วนคนที่เป็นโรคข้ออักเสบจากการอักเสบในรูปอื่น ๆ เช่น ลูปัส หรือ ankylosing spondylites (โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดยืดติด) ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกัน และการใช้ยา NSAIDs ก็อาจยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงยิ่งขึ้นไปอีก

          หาก การเจ็บหน้าอกมีอาการบางอย่างตามมาด้วย เช่น รู้สึกหนักหรือแน่นหน้าอก, อาหารไม่ย่อย, มีอาการเจ็บแผ่นไปถึงหลัง, แขน, กรามหรือลำคอ, อ่อนเพลียอย่างรุนแรง, หายใจติดขัด และมีการเต้นของหัวใจผิดปกติ แสดงว่าคุณอาจเป็นหัวใจพิบัติแล้ว ให้เรียกรถพยาบาลโดยทันที


สุขภาพ


8. มีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ

          ดร.ฮาวเวิร์ด กล่าวว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของโรค diverticuitis (เป็นการอักเสบของถึงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในผนังของลำไส้ใหญ่), มะเร็งลำไส้ใหญ่, Crohn’s disease หรือการตกเลือดในทางเดินอาหาร เนื่องจากการใช้ยาพวก NSAIDs หากเลือดที่ออกมีสีแดงสดใส ก็มีแนวโน้มว่าจะมาจากทางเดินอาหารส่วนล่าง (ลำไส้ใหญ่, ลำไส้ใหญ่ ส่วนล่างหรือทวารหนัก) ส่วนการตกเลือดจากการใช้ยา NSAIDs มักจะเกิดขึ้นที่กระเพาะอาหาร และส่วนบนของลำไส้เล็ก มักจะทำให้อุจจาระมีสีดำ

          ดร.คลอว์ กล่าวว่า "ถ้ามีอุจจาระที่มีเลือดปน หรือมีเลือดออกมาชัด ๆ ก็ต้องรีบเข้ารับการตรวจทันที" ในทางตรงกันข้าม การมีเลือดอยู่เล็กน้อยเปื้อนมาบนกระดาษชำระอาจจะเนื่องมาจากริดสีดวง และก็ไม่ต้องกังวลอะไรหากอาการหายไปในไม่กี่วัน

9. เจ็บที่เอ็นร้อยหวาย

          การเจ็บและบวมเหนือส้นเท้าอาจเกิดจากกิจกรรมการเคลื่อนไหวของเรา อาจเกิดจากการบาดเจ็บหรือสวมรองเท้าที่รองรับส้นเท้าได้ไม่ดีพอ แต่หากการเจ็บมีอาการอื่นตามมาด้วย เช่น มีการเจ็บหลังส่วนล่างหรือมีการบวมตามข้อต่อ ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดยืดติด (ankylosing spondylitis) หรือโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis)

          การ อักเสบของเอ็นร้อยหวาย ซึ่งเป็นเอ็นที่แข็งแรงที่ยึดกล้ามเนื้อน่องเข้ากับกระดูกส้นเท้ามักจะพบได้ บ่อยจากโรคทั้งสองดังกล่าว สำคัญมากที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ให้บอกแพทย์ หากคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นและเกิดการเจ็บเพิ่มขึ้นที่บริเวณเอ็นร้อยหวาย

10. ซึมเศร้าหรือสิ้นหวังอยู่เสมอ

          ความรู้สึกเหล่านี้ รวมไปถึงการขาดสมาธิหรือไม่สนใจกิจกรรมต่าง ๆ ที่คุณเคยรู้สึกสนุกกับมัน เป็นอาการของอาการซึมเศร้า

          ดร.ฮาวเวิร์ด กล่าวว่า การรู้สึกซึมเศร้าพบได้มากเมื่อผู้ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบต้องทนทุกข์กับอาการ บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง และไปรบกวนการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน แต่ในบางราย อาการซึมเศร้าก็เกิดจากผลข้างเคียงของตัวโรคเอง หรือจากการใช้ยารักษาโรคข้ออักเสบ โดยเฉาพะยาพวกคอร์ติโคสเตอรอยด์รักษาได้อย่างถูกต้อง

          ในการศึกษาเมื่อปี 2012 จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Center for Disease Control and Prevention) พบว่าจากการสำรวจผู้ใหญ่จำนวนเกือบ 1,800 คนที่ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบนั้น 31 เปอร์เซ็นต์มีอาการวิตกกังวล และ 18 เปอร์เซ็นต์มีอาการซึมเศร้า ยังมีอีกหลายคนที่มีอาการก้ำกึ่งกันระหว่างอาการทั้งสองนี้

          ดร.ฮาวเวิร์ด กล่าวว่า "สำคัญ มากที่ต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการซึมเศร้านี้ เพราะหากอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์ของคุณดีขึ้น แต่ยังคงมีอาการซึมเศร้าอยู่ มันจะไปทำให้คุณภาพชีวิตของคุณด้อยลง" และหากคุณเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย ก็จำเป็นต้องพูดคุย และต้องรับความช่วยเหลือทันที


ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 0 คอมเม้นท์
ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 2,748)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 2,177)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 2,264)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 2,185)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,263)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 2,032)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 1,990)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 2,494)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 2,390)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 2,304)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 2,331)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 2,284)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 2,028)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 3,512)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 3,103)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 3,331)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 3,012)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 2,744)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 3,144)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 3,041)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 3,429)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 3,295)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 3,198)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 3,275)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 3,076)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 3,310)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 3,112)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 3,102)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 3,034)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 3,096)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)