smithnjohn

รู้จักยาเม็ดคุมกำเนิด กินให้ถูก ใช้ให้เป็น


อัพเดท 24 กันยายน 2556 14:20 - อ่าน 4,053 - หมวดหมู่ ยารักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++





สัปดาห์ก่อนพูดถึงเรื่องการคุมกำเนิดวิธีธรรมชาติไปแล้ว สัปดาห์นี้จะมาพูดถึงเรื่องการคุมกำเนิดแบบไม่ธรรมชาติกันบ้าง นั่นก็คือยาเม็ดคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิดหาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายยาทั่วไป แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

1.ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม คือมีฮอร์โมน 2 ชนิด ได้แก่ เอสโตรเจน และโปรเจสติน

2.ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด minipill คือมีแต่ฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว

ยาเม็ดคุมกำเนิดป้องกันการเกิด การตั้งครรภ์อย่างไร
กลไก หลัก ๆ ได้แก่ ป้องกันการตกไข่ : ไข่ไม่ตก ก็ผสมกับน้ำเชื้ออสุจิไม่ได้ ก็ไม่เกิดการปฏิสนธิ, ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกเหนียว ทำให้น้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกได้อย่างยากลำบาก, ทำให้เยื่อบุมดลูกไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน

ประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิด
หาก กินอย่างถูกต้องเป๊ะ ๆ อัตราการตั้งครรภ์ในปีแรก ประมาณ 1-3 ราย ใน 1,000 คน แต่ในทางปฏิบัติจริง หรือในโลกแห่งความจริง ที่ไม่เป๊ะ มีอัตราการตั้งครรภ์ในปีแรกสูงถึง 8 ราย ใน 100 ราย และหากใช้ยาอื่น ๆ เช่น ยาแก้อักเสบบางชนิด ยากันชัก หรือยาต้านไวรัสเอดส์บางชนิด อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลงได้

เริ่มกินยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เมื่อไหร่ดี
เริ่ม กิน "ภายใน 5 วันแรก" หลังจากเริ่มมีประจำเดือน คืออาจจะเริ่มตอนประจำเดือนมาวันแรกเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือไปเริ่มกินยาวันอื่นที่ไม่ใช่ 5 วันแรกของรอบประจำเดือน ก็ควรงดเพศสัมพันธ์ หรือคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การใส่ถุงยางอนามัย เป็นเวลา 7 วัน ในแผงแรกที่เริ่มกิน

กินยังไง
ถ้า เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม แบบ 21 เม็ด ก็กินทุกวัน วันละ 1 เม็ด ในเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 21 วัน หยุดยา 7 วัน ซึ่งประจำเดือนจะมาในช่วงที่หยุดยานี้ หลังจากหยุดยาครบ 7 วัน ก็เริ่มทานยาแผงใหม่ได้เลย

ส่วนยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม แบบ 28 เม็ด ก็กินยาทุกวัน วันละ 1 เม็ด ต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละยี่ห้อ จะต่างกันที่ยา ใน 21 วัน หรือ 24 วันแรก จะมีฮอร์โมนรวม ส่วนเม็ดที่เหลือจะเป็น ยาบำรุงทั่วไป คือเป็นยาที่ไม่มีฮอร์โมน ซึ่งระหว่างช่วงที่กินยาเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมนนี้ ประจำเดือนจะมาค่ะ

"ประโยชน์" ที่ได้จากยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม นอกเหนือจากการป้องกันการตั้งครรภ์ ได้แก่ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอขึ้น ปริมาณเลือดประจำเดือนออกลดลง อาการปวดประจำเดือนลดลง

บางครั้งใช้รักษาเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือในรายที่ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือในรายที่ปวดประจำเดือนมาก ๆ ในบางชนิดทำให้สิวลดลงได้ด้วย นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเยื่อบุมดลูกและรังไข่อีกด้วย

ส่วน "ความเสี่ยง" ของ ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ได้แก่ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ โรคหัวใจ โดยจะเสี่ยงมากขึ้นในสตรีอายุมากกว่า 35 ปี ที่สูบบุหรี่ และในกลุ่มที่มีไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ดังนั้นหากมีโรคประจำตัวดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยา

อาการข้างเคียงของการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ได้แก่ อาการคลื่นไส้ เจ็บเต้านม ปวดศีรษะ เป็นฝ้า เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ โดยเฉพาะ 2-3 แผงแรก หลังเริ่มใช้ยา

ส่วนยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด minipill ที่มีแต่ฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว จะมีประโยชน์ในรายที่มีข้อห้ามในการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม และสามารถใช้ได้ในกลุ่มสตรีหลังคลอดที่ยังให้นมบุตรอยู่ (เพราะชนิดฮอร์โมนรวมจะทำให้น้ำนมออกน้อยลง)

ซึ่งยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดนี้จะเป็นแบบ 28 เม็ด ทุกเม็ดจะมีฮอร์โมนอยู่ สำคัญมากสำหรับยาคุมชนิดนี้ คือต้องกินเวลาเดิมเป๊ะ ๆ ถ้าคลาดเคลื่อนเกิน 3 ชั่วโมง หรือหลังจากกินยาแล้วอาเจียนออกมา ต้องกินยาอีกเม็ดทันที และงดเพศสัมพันธ์ หรือใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ดังนั้นไม่เหมาะกับคนขี้ลืมนะคะ

ทำยังไงดี ถ้าลืมกินยา
ยา เม็ดคุมกำเนิดแต่ละชนิด มีวิธีในการกินยาซ้ำแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าลืมช่วงไหนของรอบเดือน ดังนั้นควรอ่านข้อมูลการใช้ยาอย่างเคร่งครัด หรือปรึกษาแพทย์ค่ะ



ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 0 คอมเม้นท์
ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 3,153)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 2,417)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 2,560)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 2,411)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,511)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 2,273)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 2,227)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 2,736)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 2,642)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 2,572)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 2,559)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 2,537)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 2,217)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 3,741)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 3,358)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 3,560)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 3,210)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 2,937)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 3,356)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 3,240)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 3,645)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 3,552)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 3,447)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 3,557)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 3,333)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 3,547)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 3,371)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 3,313)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 3,268)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 3,359)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)