smithnjohn

มะเร็งช่องปาก ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งช่องปาก


อัพเดท 20 กรกฎาคม 2556 11:57 - อ่าน 2,304 - หมวดหมู่ โรค และการรักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++



มะเร็งช่องปาก
อวัยวะในช่องปากอาจเกิดโรค มะเร็งได้ในทุกตำแหน่ง ได้แก่ ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก พื้นปากใต้ลิ้น ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล และส่วนบนของลำคอ

          มะเร็งในช่องปาก โดยมักพบในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และพบน้อยลงหลังจากอายุ 60 ปีไปแล้ว แต่ปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้นจึงอาจจะพบมะเร็งในช่องปากในผู้สูง อายุเพิ่มมากขึ้นได้ และมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อาจจะเป็นเพราะผู้ชายมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า

 ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

          1. พบว่าประมาณ 90% ของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากเป็นผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มสุรา จะมีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และดื่มสุราถึง 15 เท่า
 
          2. การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเกินไป เนื่องจากความร้อนที่มาจากอาหาร ควันบุหรี่ และแอลกอฮอล์ จะทำให้เกิดการระคายเคือง เมื่อถูกระคายเคืองอยู่เป็นประจำ ทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และอาจทำให้กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ 

          3. หมากพลู พบว่าในหมากพลูนี้จะมีสารก่อมะเร็ง ซึ่งผู้ที่กินหมากและอมหมากไว้ที่กระพุ้งแก้มเป็นประจำจะเกิดการระคายเคือง จากความแข็งของหมากที่เคี้ยว ก็อาจทำให้เซลล์ของเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มเกิดการเปลี่ยนแปลงได้
 
          4. สุขภาพในช่องปากไม่ดี เช่น ฟันผุเรื้อรัง รวม ถึงการระคายเคืองจากฟันที่แหลมคมผู้ที่มีฟันแตก ฟันบิ่น ขอบฟันที่คมจะบาดเนื้อเยื่อในช่องปากโดยเฉพาะกระพุ้งแก้มและลิ้น ทำให้เป็นแผลเรื้อรังอยู่นาน ๆ แผลนั้นอาจกลายเป็นมะเร็งได้ 
 
          5. แสงแดด ทำให้เกิดมะเร็งที่บริเวณริมฝีปาก

          6. โรคติดเชื้อเรื้อรัง เช่น ซิฟิลิส วัณโรค

          7. การระคายเคืองเรื้อรัง เช่น แผลจากฟันปลอม

          8. เคยได้รับรังสีเอกซเรย์


มะเร็งในช่องปาก

การวินิจฉัย
    
          เนื่อง จากมะเร็งในช่องปาก เป็นตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายจากการตรวจร่างกาย ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อจากตำแหน่งที่สงสัยเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา จึงสามารถทำให้การวินิจฉัยได้สะดวกและแม่นยำ ซึ่งขั้นตอนในการวินิจฉัยจะมีรายละเอียด ดังนี้คือ
 
          1. การซักประวัติ 

          2. การตรวจร่างกาย แพทย์มักจะทำการตรวจศีรษะและคออย่างละเอียด รวมถึงสำรวจผิวหนังบริเวณใบหน้า ศีรษะ และคอ สำรวจเยื่อบุในปากโดยใช้ไม้กดลิ้นช่วย หรือใช้มือคลำในช่องปากหลังถอดฟันปลอมออกแล้ว ตลอดจนใช้เครื่องส่องดูบริเวณจมูก หู และโคนลิ้น บางรายอาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
 
          3. การตรวจเลือดและอื่น ๆ เช่น ปัสสาวะ พบว่า ร้อยละ 5 ของมะเร็งในช่องปากจะให้ผลวีดีอาร์แอล (VDRL) ให้ค่าผลเป็นบวก บางรายอาจต้องเจาะเลือดตรวจดูการทำงานของตับ (Liver function test) ด้วยในรายที่สงสัยว่าจะมีการลุกลามแพร่กระจายไปยังตับ ส่วนในรายที่มีการติดเชื้อหรือมีปอดอักเสบจากการสำลักเศษอาหารเข้าปอด แพทย์มักจะส่งหนองหรือเสมหะไปเพาะเชื้อตรวจ
 
          4.การเอกซเรย์ จะช่วยวินิจฉัยว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายลุกลามไปถึงกระดูกแล้วหรือไม่ และอาจช่วยพยากรณ์โรคด้วย 
 
          5. การตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมักพิจารณาจากตำแหน่ง ขนาด และชนิดของก้อนนั่นเอง

การแพร่กระจาย

          มะเร็งในช่องปาก มีการแพร่กระจายได้ 3 ทาง คือ
 
          1. การลุกลามแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียง (Local invasion)

          2. เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ (Lymphatic spread) พบได้บ่อย

          3. เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด ซึ่งพบไม่บ่อย และมักจะเกิดขึ้นในรายที่เป็นมากแล้ว
มะเร็งทางด้านหน้าของช่องปากมักจะโตช้าและกระจายช้ากว่ามะเร็งที่อยู่ด้านหลัง เช่น มะเร็งริมฝีปากจะโตช้ากว่ามะเร็งโคนลิ้น


มะเร็งช่องปาก


อาการและอาการแสดง

          1. เริ่มด้วยมีแผลในช่องปากรักษาไม่หายเป็นเวลานานเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป และไม่เจ็บปวด

          2. มีฝ้าขาวในช่องปาก ร่วมกับตุ่มนูนบนเยื่อบุช่องปากและลิ้น

          3. มีก้อนไม่รู้สึกเจ็บในช่องปาก โตเร็ว และในที่สุดก็แตกออกเป็นแผล

          4. ต่อมามีก้อนเกิดขึ้นที่คอ กดไม่เจ็บ บวมโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งแตกออกเป็นแผล


มะเร็งช่องปาก

มะเร็งในช่องปาก
 

          โดยทั่วไปแล้วในระยะเริ่มแรกของมะเร็งมักไม่มีอาการเจ็บ นอกจากมีการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย แต่มะเร็งของลิ้นหรือลำคอในบางตำแหน่งอาจทำให้เกิดการเจ็บในหูขณะกลืนอาหาร ได้เพราะมีเส้นประสาทร่วมกัน บางครั้งจึงไม่ได้รับการใส่ใจกับการตรวจในช่องปากและลำคอโดยตรง
    
          การเป็นแผลหรือก้อนที่ตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก ลิ้นไก่ ลิ้น และใต้ลิ้น สำหรับมะเร็งของลิ้นและพื้นปากใต้ลิ้นอาจทำให้มีอาการแลบลิ้นไม่ออก พูดไม่ชัด กลืนอาหารไม่สะดวก เพราะการเคลื่อนไหวของลิ้นไม่เป็นปกติ ในรายที่เป็นมากอาจจะมีการฝ่อของลิ้นได้

          ในรายที่รอยโรคอยู่ใต้ขากรรไกร โดยเฉพาะเมื่ออยู่ที่เหงือกในตำแหน่งหลังต่อฟันกราม ซึ่งมีการลุกลามเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ใช้ในการอ้าปากหรือขากรรไกรได้ง่าย จะทำให้อ้าปากได้ลำบาก

การรักษา
    
          การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็ง รวมทั้งระยะของโรคสำหรับรอยโรคขนาดเล็ก อาจผ่าตัดออกได้โดยไม่ทำให้เกิดการผิดรูปของใบหน้า สำหรับในบางตำแหน่ง เช่น ริมฝีปาก การใช้รังสีรักษาจะให้ผลการรักษาที่ดีเท่ากันกับการผ่าตัด แต่มีข้อดีที่เหนือกว่า คือ ยังสามารถรักษาโครงสร้างและการทำงานปกติไว้ได้

          ส่วนในระยะลุกลาม จะใช้การรักษาร่วมระหว่างการผ่าตัดและการฉายรังสี ส่วนเคมีบำบัดนั้นอาจมีบทบาทร่วมในการลดขนาดก้อนที่ใหญ่มากก่อนเริ่มการ รักษาด้วยการผ่าตัดหรือฉายรังสี


แปรงฟัน

การป้องกันและข้อควรปฏิบัติ
 
           1. ควรแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 – 5 นาที

           2. ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทันทีและทุกครั้ง

           3. ควรล้างฟันปลอมชนิดถอดได้หลังรับประทานอาหารทุกครั้ง และควรถอดออกเวลากลางคืน

           4. ควรใช้ฟันทุกซี่เคี้ยวอาหาร ไม่ควรถนัดเคี้ยวข้างเดียว เพื่อให้เหงือกและฟันแข็งแรง

           5. ควรไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติถึงแม้จะไม่มีอาการเจ็บปวดก็ตาม

           6. ควรงดสิ่งเสพติด ได้แก่ เหล้า บุหรี่ ยาฉุน และหมากพลู

           7. ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

           8. ควรใช้ยาตามทันตแพทย์และแพทย์สั่ง เพื่อผลการรักษาที่ดีและป้องกันการดื้อยา

           9. หมั่นตรวจช่องปากอย่างง่าย ๆ ด้วยตนเอง



ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 1 คอมเม้นท์
Rosarin ความเห็นที่ : 1 โพสต์เมื่อ : 23/02/2558 06:21  IP Address : 27.55.109xx
 
Photo

รักษาโรคมะเร็ง บำบัดโรคร้ายโดยพลังธรรมชาติ สำหรับผู้สนใจแนวทางการรักษาโรคร้าย โรคเรื้อรัง โรคที่รักษาไม่หายขาด โรคเหล่านี้สามารถรักษาได้โดยพลังจากธรรมชาติ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ namayava.com

ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 3,159)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 2,422)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 2,562)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 2,413)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,519)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 2,277)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 2,230)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 2,737)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 2,645)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 2,574)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 2,563)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 2,543)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 2,221)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 3,746)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 3,363)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 3,562)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 3,212)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 2,939)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 3,358)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 3,244)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 3,646)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 3,553)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 3,450)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 3,564)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 3,338)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 3,550)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 3,373)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 3,322)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 3,270)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 3,365)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)