smithnjohn

โรคเบาหวาน ไม่กินข้าวเช้า เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน


อัพเดท 23 พฤษภาคม 2556 23:27 - อ่าน 1,805 - หมวดหมู่ โรค และการรักษาโรค

++ แชร์ผ่าน Social Network ให้เพื่อนได้ดูด้วยคลิก ++



อาหารเช้า


กรมอนามัย เผย ไม่กินอาหารเช้าเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน (กรมอนามัย)
 
          กรมอนามัย เผยไม่กินอาหารเช้าอาจเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน พบคนทำงานกินข้าวเช้าเป็นประจำเกินครึ่ง ขณะที่เด็กวัยเรียนไม่กินอาหารเช้าถึงร้อยละ 30 โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง
             
          นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารเช้าโดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ในปี 2555 จำนวน 220 ตัวอย่าง พบว่า กลุ่มวัยทำงาน อายุระหว่าง 20–60 ปี ร้อยละ 59.55 กินอาหารเช้าเป็นประจำ ส่วนร้อยละ 24.09 กินอาหารเช้าเกือบทุกวัน ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเพศชายและเพศหญิง พบว่า เพศชายกินอาหารเช้าทุกวันมากกว่าเพศหญิง คือ ร้อยละ 64 ในขณะที่เพศหญิง กินอาหารเช้าร้อยละ 57.24

          สำหรับอาหารเช้าที่คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานเป็นประจำ อันดับ 1 คือ ข้าว ร้อยละ 50.45 รองลงมาคือดื่มชา กาแฟ แทนข้าว ร้อยละ 25 ตามมาด้วย ดื่มนมจืดพร่องมันเนย ร้อยละ 13.64 ส่วนคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า สาเหตุหลักเป็นเพราะการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ

โจ๊ก

          ทั้งนี้ นายแพทย์เจษฎา ระบุว่า การไม่รับประทานอาหารเช้าจะส่งผลให้การเริ่มต้นระบบเผาผลาญของร่างกายช้าลง ร่างกายจึงรู้สึกหิวตลอดเวลา และกินอาหารในมื้อถัดไปมากยิ่งขึ้น กินจุบกินจิบ และมักเลือกเมนูอาหารที่ให้พลังงานสูงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

          นอก จากนี้ การอดอาหารเช้ายังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน เนื่องจากคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะลดภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือภาวะดื้อของอินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 35–50 และ ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกายังพบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจอีกด้วย

          สำหรับ พฤติกรรมการกินอาหารเช้าของเด็กวัยเรียน พบว่า เด็กอายุ 6-11 ปี ร้อยละ 30 ไม่กินอาหารเช้า และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิง อายุ 12–14 ปี ไม่กินอาหารเช้าถึงร้อยละ 52 ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญกับอาหารเช้าโดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอม

          นั่นเพราะหากเด็กวัยเรียนไม่รับประทานอาหารเช้าจะส่งผลเสียต่อการเรียนและ สุขภาพ เพราะร่างกายจะทำงานเพื่อเผาผลาญตลอดเวลาแม้ในขณะหลับ และเมื่อ ไม่ได้ทานอาหารเช้าทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร จะส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด อารมณ์เสีย อาจถึงขั้นหน้ามืดเป็นลม เพราะสมองได้รับน้ำตาลกลูโคสไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ยิ่งมีอาการในช่วงเวลาเรียน จะทำให้เด็กไม่มีสมาธิเรียน อาจเป็นโรคกระเพาะจนถึงขั้นต้องพักการเรียนได้

อาหารเช้า

          นายแพทย์เจษฎา กล่าวด้วยว่า อาหารเช้าเป็นมื้อที่มีประโยชน์ต่อทุกเพศทุกวัย ซึ่ง อาหารเช้าที่เหมาะสมสำหรับทุกกลุ่มวัยควรให้พลังงานประมาณ 400–450 กิโลแคลอรี่ โดยเลือกอาหารเช้าให้มีความหลากหลาย ปรุงสุก สด ใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปเพราะมีสารอาหารที่มีประโยชน์น้อย และมีโซเดียมสูง แต่สามารถเลือกซื้ออาหารปรุงสำเร็จที่มีขายทั่วไปได้ เช่น ข้าวต้มหมู ไก่ ข้าวผัดหมูใส่ไข่ ข้าวไข่เจียว บะหมี่ผัด ข้าวหมูทอด และเพิ่มผักสด ผลไม้สดเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน

          สำหรับการเตรียมอาหารเช้าให้เด็กวัยเรียน ต้องเป็นเมนูที่ถูกหลักโภชนาการ มีโปรตีนสูง และเตรียมง่าย เช่น ข้าวต้มเครื่อง โจ๊ก ข้าวผัด อาหารประเภทซีเรียลผสมนมรสจืด ขนมปังแซนวิช สำหรับข้าวเหนียวหมูปิ้งซึ่งเป็นเมนูอาหารเช้าที่หาซื้อได้ง่าย ต้องเลือกเป็นหมูปิ้งไม้ที่ไม่ติดมัน ไม่ไหม้เกรียมจนเกินไป และควรเพิ่มผักสดเพื่อเป็นการฝึกให้เด็กกินผักด้วย ควรใช้ผักที่ไม่มีกลิ่นฉุน และรสขม เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง แครอท หรือหั่นผักให้เป็นชิ้นเล็กเพื่อเพิ่มสีสันในเมนูอาหาร ที่สำคัญควรเตรียมนมรสจืด 1 กล่อง และผลไม้ประมาณ 1 ผล เช่น ส้ม แอปเปิล ชมพู่ เพื่อให้เด็กได้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมและครบถ้วน

          "หลัก โภชนาการที่ถูกต้องควรกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งถือเป็นมื้อที่สำคัญมาก หากไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้าเองก็ควรจะเพิ่มเวลาสัก 10-20 นาที เพื่อออกไปเลือกเมนูอาหารเช้าที่เหมาะสมนอกบ้าน เพราะทุกวัยโดยเฉพาะ เด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ต้องการพลังงาน สารอาหารที่ครบถ้วน และหลากหลายให้เพียงพอต่อร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม ขมหวาน ขนมขบเขี้ยว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนของเด็กไทย พร้อมทั้งควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ทำให้สมองสามารถเรียนรู้ จดจำ มีสมาธิ พร้อมเริ่มวันใหม่ ตลอดจนทำกิจกรรมการเรียนรู้กันเพื่อนได้อย่างดี ควบคู่กับสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย" อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
 


ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

คอมเม้นท์ทั้งหมด 0 คอมเม้นท์
ค้นหาข้อมูลสุขภาพ


หมวดหมู่
โพสต์ล่าสุด
เรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง สำหรับผู้ที่สวมใส่ชุดสีดำในช่วงแดดร้อนจัด (ดู: 3,516)
เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ (ดู: 2,545)
เจลลี่พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก อีกหนึ่งโครงการของพ่อหลวง ร.9 (ดู: 2,708)
สมุนไพรรักษาสิว สูตรลับหน้าใส (ดู: 2,550)
ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพ (ดู: 2,730)
ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณผักพื้นบ้านของไทย (ดู: 2,431)
สรรพคุณของ ผักชี ดียังไง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงฮิตกินผักชี (ดู: 2,365)
ผัก 5 ชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง (ดู: 2,882)
10 อาหารที่คนมักเขี่ยทิ้ง แต่มีประโยชน์มากมาย (ดู: 2,798)
กินอาหารตามธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย (ดู: 2,735)
หลีกเลี่ยง 6 อาหารตัวการทำหน้าแก่ (ดู: 2,699)
มะม่วงหิมพานต์ชะลอวัย ต้านแก่ ป้องกันมะเร็ง (ดู: 2,677)
ผลไม้ 8 ชนิดช่วยต้านมะเร็งเต้านม (ดู: 2,347)
สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รักษาอาการท้องผูก (ดู: 3,917)
สรรพคุณถั่งเช่าแก้นกเขาไม่ขันพร้อมต้านมะเร็ง (ดู: 3,519)
สัญญาณว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก (ดู: 3,698)
อาหารลดน้ำหนัก อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูง (ดู: 3,355)
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย (ดู: 3,069)
จิ๋มล็อกเกิดจากอะไร (ดู: 3,534)
เตือนภัยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเสี่ยง Toxic shock syndrome อาจถึงตาย ! (ดู: 3,367)
อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร (ดู: 3,789)
เทคนิคกินอาหารคลีน (ดู: 3,818)
บัวหิมะ สรรพคุณรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำหนักก็ดี (ดู: 3,706)
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก (ดู: 3,887)
อาหารอุดมไขมันดีเพื่อคนอยากผอม อาหารลดน้ำหนัก (ดู: 3,590)
อาหารโปรตีนสูงที่ควรทานช่วงลดน้ำหนัก (ดู: 3,836)
ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาแรงปี 2015 (ดู: 3,641)
กินอะไรดีในช่วงมีประจำเดือน (ดู: 3,485)
สุดยอดอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ดู: 3,423)
เคล็ดลับการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเพื่อสุขภาพ (ดู: 3,666)
www.HealthMee.com เว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
สงวนลิขสิทธิ์ © 2554 HealthMee.com Copy Right 2011 เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)